Benz's profileIf, for example, you com...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
09/09/2007 พิซซ่า.: วันที่ 8 กันยายน 2550
.: กูหิวข้าวว่ะ .: กูไม่อยากออกไปไหนไกลๆ
.: กูจะโทรสั่งพิซซ่ามากิน หลังจากกลับมาจากสหรัฐ of America
.: กูยอมรับว่ากูอ้วนขึ้นมากเพราะพิซซ่า แต่ eager เอาชนะกูได้
.: กระเป๋าเงินมีเงิน 160 บาท
.: 1150 หรือ 1112 ดีวะ เอา 1112 ละกัน
.: 19.07 กูสั่งพิซซ่า เสร็จ พลางนึกในใจชั่วโมงอาหารแบบนี้
.: คงมีคนเยอะมากมายที่คิดตรงกัน รถแม่งคงติด
.: พิซซ่าคงมาส่งสาย
.: แต่ที่กูต้องเครียดดือ เงิน 160 ไม่พอค่าพิซซ่า 399 บาท กูต้องนั่งนับเหรียญ
.: กูใส่ถุงขนมที่น้ำหวานมันซื้อให้ ปะกอบด้วยเหรียญบาทมากมาย
.: เขาจะเชื่อใจกูป่าววะว่ากูให้เงินครบ หรือเขาจะเอามานับต่อหน้ากู
.: 19.30 แม่งมีลางมาสายจริงๆด้วยว่ะ กูยังไม่รู้เลยว่าแดกพิซซ่าที่เกิน 30 นาที จะได้อะไร ตื่นเต้น จริงๆ
.: 19.37มันจะเลยแล้วนะเว่ย หรือแม่งหลงบ้านวะ ป้ากูพึ่งดึงบ้านเลขที่ของบ้านตัวเองออกไป
.: คนส่งจดหมายแม่งชอบเอาซองจดหมายจากบ้านข้างๆมาเสียบบ้านกู ซึ่งบ้านกูก็เก็บไว้อ่านเองประจำเสมือนจดหมายของบ้านเราเอง
.: เวลาเลยแล้วว่ะ แม่งเกิดอุบัติเหตุไรป่าววะ สักพัก
.: กูได้ยินเสียง พิซซ่าบอย ร้อง "พิซซ่ามาส่งแล้วครับ"
.: กูเดินถือถุงเงินใสๆออกมา หนักอึ้งไปด้วยเหรียญชนิดต่างๆ
.: มันมองนาฬิกาตัวเองเหมือนรู้แล้วว่า ช้าไปถึง 2 นาที
.: มันตีหน้าซื่อทวนรายการไป กูมีวามคิดหนักอึ้งว่าจะบอกมันดีมัยว่าเลยเวลา
.: ในใจกูสงสัยว่ามันจะได้อะไรวะ ถ้าเกิดแดกฟรีกูก็จะเอาไม่อยากให้แม่งนับเหรียญ
.: "พี่มาส่งช้ารึเปล่า" กูทำหน้าเฉยเมยมองไป ซึ่งหลายๆคนลงความเห็นว่าหน้าเรียกส้นตีนขนานดี
.: "เดี๋ยวให้คูปองครับ" กูหูฝาดไปรึเปล่าวะ จะให้เฟรนซ์ฟรายกูในราคา 10 บาทเหรอ หรือน้ำชามะนาวแก้วละ 10แบบในแมคเหรอ
.: "พี่คูปองไรเหรอครับ" ขณะมันลงวันที่กูก็หยิบมาดู เยดเข้ ฟรีพิซซ่าถาดใหญ่
.: กูนับครั้งที่กูเคยแดกพิซซ่าถาดใหญ่ได้ น้อยครั้งเสียจริง
.: เทวฑูตสองตัวปรากฎขึ้นบนบ่าซ้ายและขวา ตัวนึงบอกเอาแม่งดิ อีกตัวบอกสงสารเขาเห็นหนาหงอยๆ ไม่รุ้โดนหักเงินรึเปล่า
.: กูกำถุงเงินแน่น ถ้าเป็นแต่ก่อนกูคงรับพิซซ่ามาแล้วบอกให้เขาเก็บคูปองนั่นไป
.: แต่ปัจจุบัน ความดำๆแดงๆของผิวมันเข้าครอบงำแล้ว กูยื่นถุงเงินให้พนักงาน
.: พนักงานรับถุงเงินและยื่นคูปองให้กู
.: ใจกูเต้นวูบวาบเหมือนคนทำความผิดแล้วกลัวโดนจับได้ กูผิดหวังในตัวเองเล็กน้อยที่เอาชนะวัตถุฟรีๆไม่ได้
.: มันงงกับถุงเงินว่ะ เป็นกูก็งง แต่ชีวิตผจญภัยบนมอไซต์อย่างมึงต้องเข้าใจ
.: อะไรๆแปลกใหม่มันมาหามึงเสมอแหละ
.: "พี่เงินครบ ผมนับแล้ว" กูรีบถอยกรูดลงมา ปิดประตูแล้วเบือนหน้าหนีจากสีหน้าผิดหวังของคนส่งพิซซ่านั่น
.: สีหน้าผิดหวังของพนักงานพิซซ่าคนนั้น ทำกูเศร้าใจหนักขึ้นไปอีก
.: กูแบ่งไก่บาร์บีคิวให้ป้าสองชิ้น แล้วนั่งกินพิซซ่าในห้องนอนตัวเอง
.: มื้อนี้มันไม่อร่อยเลยว่ะ
.: บัตรฟรีนี้มันแลกมากับสิ่งที่กูไม่เคยทำมาก่อน
.: กูไม่เคยรู้สึกว่าทำให้ใครู้สึกหดหู่ผิดหวังแบบนี้(แบบอื่นคงมีหลายครั้ง)
.: พนักงานนั่นจะเป็นไงมั่งวะ
.: กูสัญญากับตัวเองวันหลังกูจะไม่สั่งพิซซ่าในชั่วโมงรถติดอีกแล้ว
.: กูมองใบเสร็จนั่น มันมาจากตึกซีพี ผ่านถึง 4 ไฟแดงแต่ละไฟแดงติดนานแสนนาน
.: กูรู้ดี กูเคยนั่งรถเมล์ช่วงวลานี้ มึงสามารถนอนงีบในรถได้เลย
.: หลังจากม.ต้นกูก็เปลี่ยนเป็นคนละคน หลังจากม.ปลายกูก็เปลี่ยนเป็นอีกคน ตอนนี้ปี 2 กูก็เปลี่ยนเป็นอีกคน
.: แต่มึงอย่าน้อยใจ เพื่อความยุติธรรมเที่ยวหน้ากูจะกินพิซซ่าฮัทบ้าง... มึง 2 เจ้าจะได้เสมอกัน ไอ้ร้านแป้งขยะ 06/09/2007 หลุดโลก"หลุดโลก" เป็นชื่อบอร์ดๆหนึ่งที่พึ่งเจอไม่นาน เห็นว่าเนื้อหาเจ๋งมาก ขอเรียกว่าเป็นอีกด้านมืดหนึ่งของแนวคิด วินทร์ เลียววาริณ เลยก็ว่าได้ อธิบายไม่ถูก แต่คาดเดาว่าคนส่วนใหญ่ที่อ่านจะต้องชอบ เพราะมันมีเรื่องราวทุกแบบทุกอย่างมารวมกันอยู่ใน หลุดโลกนี่
555+แต่ถ้าต้องการอ่านเรื่องพิเศษๆหน่อยก็ด้านขวา แต่ว่าค่อนข้างซาดิสต์และแสดงความเสื่อมของสังคมนิดหน่อย แต่ถือว่าระดับ 5 ดาว
นอกนั้นในบอร์ดจะเป็ฯเรื่อง general ทั่วไป เหมือนโน้ต อุดมกับวินทร์มานั่งเล่าเรื่องบ้าๆในบอร์ดเนี่ยแหละ 29/08/2007 เฟรชชี่ไนท์ 06.: ศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2550 หรือ โหลวันจากวันแม่
.: มันเป็นวันจัดกิจกรรมให้รุ่นน้องปี 1 เรียกว่า เฟรชชี่ไนท์ แปลเป็นไทยว่า คืนสดใส
.: มันจัดกันอีกครั้งแล้วที่แมนดาริน ห้องเดียวกับที่จัดสถาปนาคณะแต่เล็กลงครึ่งนึง
.: อิงจาก blog ที่แล้วที่ปวดคอ แต่ก็ตัดสินใจบึ่งแท๊กซี่ (ถ้าไม่เจ็บจะนั่งรถเมล์มา) มาที่โรงแรม
.: พอขึ้นมาถึงด้วยความคาดหวังว่า ต่ายจะเตรียมที่เตรียมอาหารไว้ให้กินเรียบร้อย
.: ปรากฎว่า มานั่งอดข้าวอดน้ำขายเสื้อ อยู่กับปุ้ย
.: เราจึงมานั่งโต๊ะซอส เอ้ สอง หญิง ตั่น
.: อาหารที่กิน อร่อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่า ปีที่แล้ว
.: ปีที่แล้วดีนะ แต่จัดในโรงยิมวิทย์กีฬา มีไฟเขียวไฟแดงเปเปอร์มาเช่อันนึง
.: มันถูกแขวนโตงเตงทามกลางบรรยากาศไฟเขียวไฟแดง
.: ไงก็ดีมันก้อมาจากใจรุ่นพี่
.: กิจกรรมก็เริ่มจาก พีทออกมาเป็น V -1 ร้องเพลง จิ้มข้างหลังทะลุถึงหัวใจ
.: ที่ประทับใจมากก็เป็น ลิเกสังข์ทองของร้าวฉาน
.: ร้าวฉานยิ่งทำยิ่งพัฒนา
.: รจนาที่ได้รับแสงไฟจากด้านบนแล้วเห็นมัดกล้ามก็กระตุ้นอรรถรสได้
.: พี่เยียร์และพี่ตี้ ก็เล่นได้ดีจนเหมือนไป take course acting แบบลิเก
.: แต่สุดๆเห็นจะเป็นเต้นประกอบเพลง ตามสไตล์ร้าวฉานอีกแล้ว
.: ไม่ได้ฟังเพลงเกาหลี เลยไม่ทราบว่ามันคือเพลงอะไร แต่เต้นเท่ดี ชอบๆ จบงานก็ประทับใจดี
.: ทีเด็ดวันนี้คือฉากตักกับข้าว ตอนแรกเราเห็นขาของบัว กับคนข้างๆที่ตักอาหารอยู่คือ ขนาดมันต่างกันมาก
.: เราขำ(เนื่องจากบัวสวมใส่ชุดโบฟ้าอยู่ด้วย)
.: อยากแบ่งความสุขเล็กน้อยจากการมองขาให้เพื่อนบ้าง
.: สะกิดโบตั๋นกับหญิงดู ขาวัว เอ้ยขาบัว (อย่าทำเป็นเล่นวัวขาเล็กนะจะบอกให้)
.: ช่วงเวลานั้นเองที่เราสังเกตเห็นบางอย่าง เฮ่ยย ทองอยู่ข้างขวาบัวว่ะ - -"
.: ตกใจกับชุดครึ่งท่อน ท่อนบนเป็นสูทนะ ท่อนล่างเป็นผ้าขาวม้า
.: หญิงกับตั๋นหัวเราะ เราก็หัวเราะ สรุปหัวเราะคนละจุดประสงค์กัน
.: ตำแหน่งดาวก็ตกอยู่กับ ทอมเสียงเข้ม วิน
.: เดือนก็เป็นของเด็ก กท. (ให้เขามั่งเหอะ ร.ร.เขายังไม่เคยได้เลย) มาย
.: แป๋มที่น่ากลัวก็ได้ดาวเทียมไปตามคาด สรุปเรามีผู้หญิงคนเดียวคือ แป๋ม ดาวกับเดือนเป็น ชายหมด
.: เกล็ดความรู้ ที่อเมริกานอกจากทำแมค ชายยังเคยเต้นเชพบ๊ะหน้าเคาน์เตอร์แมคต่อหน้ากล้องให้แมเนเจอร์ชาวฟิลิปปินส์ดู
.: ไมหนำใจ ยังแอบฝึกฝนท่าแปลงร่างและท่าไม้ตายต่างของเซเลอร์มูนกับทีมอีกด้วย >.<
.: แต่เขาคงอดใช้แล้ว เพราะพี่โอ๊ตแย่งมุกไปแล้ว เสียใจด้วย
.: สรุป เป็นปีที่สนุกดี ขอให้ปีหน้ามากันอีก ไม่ต้องเยอะนะเปลืองที่นั่งกับอาหารแบบ เดี๋ยวต้องเก็บตังค์เพิ่มอีก 555+
.: บายเนียร์อ่ะ จะให้จัดแชงกรีลาเองเหรอ เดี๋ยวจัดที่สเตดทาวเวอร์เลย ชั้นบนสุดเลยนะ โดมทองๆน่ะ เก็บคนละ5000เอง อัดจะ อัดจะ ไฟต์ติ้ง 26/08/2007 ความทรมานช่วงเฟรชชี่ไนท์ 06.: คืนวันพฤหัส ที่ 23 สิงหาคม
.: กูนั่งเล่นเอ็มอยู่
.: กูคอเคล็ดเอง หันหน้าไปมาไม่ได้
.: กูตัดสินใจผละจากหน้าคอมพิวเตอร์ไปอาบน้ำแล้วกลับมาเล่นใหม่
.: กูยังคงปวดเหมือนเดิมเลยหนีความเจ็บปวดด้วยการไปนอน
.: เช้าวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม
.: หลายๆคนมีความสดใส แต่เราไม่สามารถขยับคอไปมาได้ อาบน้ำทรมาน นั่งรถไฟฟ้าทรมาน
.: การไปเรียนในวันนี้ไม่คุ้มเลย นอกจากจะไม่มีควิสแล้วยังปวดเส้นที่คอมาก
.: เจอหน้าใครกูจะเป็นสฟิงค์ ถามทุกคนที่เจอ "เคยคอเคล็ดป่ะ" "เป็นนานป่ะ"
.: ถ้ามันตอบว่าหนึ่งสัปดาห์อัพ กูอยากจับมันกินมาก
.: คนที่ตอบว่าวันสองวันกูอยากกอดอยากหอมแก้ม
.: กลับมาสู่ความจริง ซอสนวดเส้นที่คอทำให้กู
.: กูดีใจ เพราะทุเลาได้
.: 10 นาทีถัดมากูปวดหนักกว่าเก่า
.: ขอบคุณพระเจ้า กรมาเรียน
.: กูให้กรพากูไปหาหมอจับเส้น 1 คนที่ปราชาอุทิศ
.: หลังจากจับแล้วก็สามารถขยับคอไปมาได้ประมาณ 30 องศา
.: ตอนเที่ยงกว่ากูนั่งอยู่หน้าห้องเรียนแลป
.: ไปๆมาๆกูรู้ตัวว่าควรกลับบ้านไปนอน เพื่อตื่นขึ้นมาตอนเย็นจะได้ไปงานเฟรชชี่ไนท์
.: คอกูอาการดียิ่งนักในตอนเย็น หลังจบงานก็ไปต่อที่บ้านเพื่อนอัสสัมที่แถวซอยอมร เพื่อเตรียมตัวไปวีซ่ากันต่อ
.: วีซ่าคืนนี้คนน้อยมากเมื่อเทียบกับทุกศุกร์ที่เราเคยมา ชั้นสองเรียกได้ว่าร้าง
.: ที่สำคัญกูนั่งบนชั้นสอง นอกเหนือจากคนน้อยแล้ว ยังมีคนในคณะเราอีกเป็นสิบ
.: อันได้แก่ กลุ่มปาร์ค พี่จุ๊ก ดา ซึ่งเป็นเรื่องแย่(มั้ง)
.: ฟ้าโปรดกู ช่วงห้าทุ่ม จนถึงตีหนึ่งกลุ่มทันตะ เบื่อนั่งเล่น มาเยือนวีซ่าเจอกับพวกเราขึ้น
.: อย่างน้อยกูก็มีหญิงมายืนเต้นไปมาข้างหน้ากูละ ไม่ต้องลงไปอยู่นรกชั้นล่าง
.: ตี2 กูไปเอารถกับบอมบ์ แล้วไปที่ซอย 38 กินข้าวหมูแดง ต่อด้วยการนั่งรถไปส่งกลุ่มเด็กทันตะ ที่ศาลายา
.: กูมานั่งทำเหี้ยอะไรที่พุทธมณฑลตอนตี 3 แล้วก็ไปนอนค้างที่นั่น
.: กูนอนปลายตีนผู้หญิง 5 คนสาบานได้มีหัวแม่ตีนนนึงสะกิดหัวกูตลอดช่วงการนอน
.: แก่กับบอมบ์นอนบนพื้น มันไม่สบายกว่าเตียงนิ่มๆกับหัวแม่โป้งอย่างกูหรอก
.: เช้าวันที่ 25 สิงหาคม คอหายเคล็ดไปกว่า 80%
.: ลงมาจากหอกินชีสไบท์ไปสองไม้ กลิ่นบุหรี่เหล้าคละคลุ้งตัวเอง
.: รอพวกเด็กทันตะอาบน้ำแล้วไปต่อกันที่ วัดดอนหวายเพื่อกินเป็ด ลือชื่อ
.: เป็ดลือชื่อนั่นไม่อร่อยเลย
.: หลังกินเป็ดเสร็จก็นั่งรถบอมบ์ไปส่งคนอื่นๆ
.: หลังจากกลับมาบ้านด้วยอาการทุลักทุเลก็พบอีกว่า ท้องเสีย
.: หลังกูอาบน้ำเสร็จก็ปวดท้องหนักเหมือนไส้จะบิด แล้วถ่ายเป็นน้ำ
.: กูไม่ได้นอนเพราะถ่ายลงมาข้างล่างเดินขึ้นบน ถ่าย สลับไปมา
.: พี่แก่โทรมาขอเบอร์คนที่มันขอเบอร์ไว้แล้วเซฟในเครื่องกู
.: พอมันรู้ว่าเราป่วยมันก็แสดงความเป็นห่วงอย่างลึกซึ้ง
.: กูก้อซึ้งกะมันนะ แต่กูกำลังจะตาย กดรับมือถือยังไม่มีแรง
.: สามชั่วโมงถัดมามันก็โทรมาเพื่อเอาเบอร์ผู้หญิงอีกครั้งหลังจากนึกได้ว่า การบอกว่าเป็นห่วงเพื่อน ไม่ทำให้ได้เบอร์ ญ คนนั้น
.: นอกจากขี้แตกแล้วกูยังอ้วกด้วย ให้คะแนนไป 8 เต็ม 10 เลย
.: ช่วงค่ำแม่ซื้อข้าวต้มไข่เค็ม รังนก ชาร้อนมาให้กิน จึงนอนด้วยความอ่อนเพลีย
.: กูพยายามส่งกระแสจิตถึงง่วงว่า ถ้าวันอาทิตย์กูลุกไม่ไหว ง่วงมึงต้องรู้ให้ได้นะว่ามึงต้องเรียนไวโอลินแทนกูอีกครั้ง 29/07/2007 เป็นต่อเป็นต่อ
อยู่คนเดียว ก็คุ้นเคย อยู่สบายจนเคย เลยไม่คิดมีใคร
เจอบางคนน่าสนใจ ก็แค่พอ ครึ่งใจไม่ได้คิดรักจริง เป็นต่อไปอย่างนี้บางทีก็เหงา อยากจะมีใครมากอดเราบ้างซักคน แต่เป็นต่อไปอย่างนั้นบางทีก็สับสน ก็ชินกับการเป็นคนอยู่คนเดียว บอกหน่อยว่าฉัน จะต้องทำเช่นไร อยู่คนเดียวง่ายกว่าไหม จะเป็นแบบนี้มันต่อไป หรือจะลงเอยเมื่อไร จะมีใครที่เข้าใจ หนักใจไม่รู้ไปทางไหนดี ที่มองๆ ยังไม่เจอ แต่บางคนที่เจอก็ไม่พร้อมดังใจ ที่ลองๆลองเข้าไป ก็ลงเอยคนละทาง ไม่อยากคิดรักใคร อาจไม่เป็นอย่างนี้ หากเจอใครคนนั้น เปลี่ยนชีวิตนี้ให้กับเรา แต่รอจนวันนี้ยังไม่มีแม้เงา เราก็คงต้องทนเป็นต่อไป 07/07/2007 ถ่อมตน.: มีอยู่วันหนึ่งเจอข้อความประทับใจที่บอร์ดในคณะ
.: ประโยคสองสามประโยค เขียนไว้ว่า น้ำย่อมไหลลงจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ พื้นดินต่ำอุดมสมบูรณ์ฉันใด เป็นคนก็ควรตั้งตนในที่ต่ำเพื่อความอุดมสมบูรณ์นั้น
.: ข้อคิดที่ให้ไม่น้อยก็มาก เปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันได้มากมาย สำหรับผู้อยู่ที่สูงและขาดการถ่อมเนื้อถ่อมตน 05/07/2007 Once night standOne night stand
เพียงคืนเดียวบอกกันตรงๆ เธอคงไม่คิดอะไร
เธอกับฉันรู้กันแค่ในคืนนี้ บอกกันดีๆ คงเข้าใจ เพียงคำเดียวบอกมาเบาๆ เธอเหงาหรือคิดอย่างไร แต่ที่เห็นแววตาทุกอย่างมันฟ้อง เธอกำลังรอให้ฉันนั้นเดินเข้าไป ได้ปล่อยใจในคืนที่สับสน กับใครสักคนที่ไม่รู้เป็นใคร ค่ำคืนนี้ยังผ่านพ้นไป เธอกับฉันไม่มีผู้ใด เมื่ออารมณ์บังคับจิตใจ และเธอกับฉันก็พลันหวั่นไหว แต่ความจริงที่เรารู้ดีจบคืนนี้เราต้องไป พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ที่พบกันในตอนเช้าแล้วเดินจากไป คนๆ นึงผ่านมาคืนนึงมีความลึกซึ้งอะไร จบอย่างนั้นทุกวัน ไม่เคยจะคิด ชีวิตจะมีไว้เพื่อใคร มองตัวเองตื่นมาลืมตาเฝ้าหาสักคนห่วยใย คำว่ารักไม่เคยสัมผัสไม่เห็น สิ่งที่มันเป็นตอนนี้มีใครเข้าใจ สุดท้ายเมื่อเธอจากไป ที่เหลือคือความอ้างว้างเพราะไม่มีใคร 01/07/2007 ทักษิณ12/03/2007 ไปด้วยกันรึเปล่าไปด้วยกันรึเปล่า
บอก บอกไว้เลย
ก็อยากจะบอกไว้เลย ตัวตนที่จริง เธออาจจะไม่เคย ได้พบมัน สิ่งที่สายตา บอกเธออยู่ทุกวัน อาจจะสวนทาง กับสิ่งที่เธอต้องการ จากตัวฉัน ได้ยินแล้วเธอจะมั่นใจอีกไหม
หากเธอพร้อมจะรับมุมที่หลากหลาย จากผู้ชายคนนึง ที่มีความลึกซึ้ง ฉันก็พร้อมเปิดใจ เธอจะไปกับฉัน ไปด้วยกันหรือเปล่า
หากจะอยู่กับฉัน เธอมั่นใจหรือเปล่า ที่จะรักกัน นานเท่านาน และจะรัก ไปตลอดกาล และไม่มีสักวัน ที่ฉันจะไม่รักเธอ 06/03/2007 พจมานที่ XIVพจมาน
ชื่อ พจมาน (14) สงวนนามสกุล
เพศ หญิง(ทำหมันแล้ว)
สี ขาว-ส้ม
อายุ 8-9 ขวบ
อาศัย ในซอยมาได้ 7 ปีเศษ
น้ำหนัก ไม่รู้น้ำหนักแน่นอนแต่หนักมาก
อุปนิสัย
-เป็นแมวใจกล้า เคยปกป้องลูกด้วยการร่วมมือกับพจมาน (13) ไล่หมาออกไปจากซอย แม้แต่ปอม ชิวาวา ชิสุห์ ในซอยยังขยาด
-ขี้เบื่อหงุดหงิด ปัจจุบันแก่แล้วเลยไม่ชอบเล่น ดังนั้นเวลาเราเรียกหรือไปเล่นกับมันมันจึงทำหน้า "เล่นบ้าไรของมึงเนี่ย"
-กิน+นอน หลังจากพาไปทำหมันพจมานก็ยกเลิกกิจกรรมวัยสาว อาทิการล่า การตระเวนไปรอบๆ
-ชอบอัพเกรด พยายามทำตัวเป็มแมวบ้านด้วยการขึ้นไปนอนบนโซฟา โต๊ะอาหาร ในตัวบ้าน ของบ้านตรงข้าม
03/03/2007 ประกิตเผ่า.: วันนี้มาพูดถึง นพ.ประกิตเผ่า ทมทิดชงค์ ผู้ประสบความสำเร็จในวัยหนุ่ม
.: หมอ อายุ 37 ที่มีรายได้ร้อยล้านจากการทำสถาบันสอนพิเศษ
.: และนี่เป็นหนึ่งความคิดเล็กๆ ของหมอคนหนึ่ง “หากถามว่าผมถึงจุดสูงสุดหรือยัง คงตอบว่ายัง เพราะหากรู้สึกว่าเมื่อไหร่ถึงจุดสูงสุดแล้ว งานจะไม่พัฒนาอีกต่อไป นั่นคือจุดเริ่มต้นของความเสื่อมถอย ตอนนี้ผมรู้สึกชอบในความเป็นครูมากกว่าเป็นแพทย์”
.: ไม่มีหนังสือจิตวิทยา หรือบริหารตนเองไหนๆ เขียนหรอกว่าไม่มีจุดสูงสุดของเรา เราพอใจแค่ไหนเราก็อยู่ที่ตรงนั้น
25/02/2007 MemoryMemory
Midnight - not a sound from the pavement.
Has the moon lost her memory, She is smiling alone. In the lamplight, the withered leaves collect at my feet. And the wind begins to moan. Memory - all alone in the moonlight.
I can smile at the old days, I was beautiful then. I remember the time I knew what happiness was. Let the memory live again. Every street light seems to beat a fatalistic warning.
Someone mutters and the streetlamp gutters, And soon it will be morning. Daylight, I must wait for the sunrise.
I must think of a new life, And I mustn't give in. When the dawn comes tonight will be a memory too, And a new day will begin. Burnt out ends of smokey days,
The stale cold smell of morning. The streetlamp dies, another night is over, Another day is dawning. Touch me, it's so easy to leave me All alone with the memory Of my days in the sun. If you touch me, you'll understand what happiness is. Look, a new day has begun. 13/02/2007 ขอบคุณที่รักกันขอบคุณที่รักกัน
ฉันเคยเกือบพลาดสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต
หากในวันที่ฉันล้มอยู่ ไม่มีหนึ่งใจของเธอ ฝันคงจบ หลายสิ่งที่ดีคงหมดทางได้เจอ หนึ่งกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ไม่ลืมได้เลย... สักวันหนึ่งฉันอาจต้องล้มลงอีก ใครจะรู้ แต่ถ้าเธอไปด้วยกันอยู่ ก็ไม่หวั่นกลัวเท่าไร เรื่องบางอย่าง ฉันอาจได้เคยพูดบอกเธอออกไป แต่อีกมุมนึงของหัวใจ ไม่เคยพูดเลย ขอบคุณที่รักกัน... ขอบคุณทุกครั้งที่คอยกอดฉัน ในวันที่ปัญหา ถาโถมเข้ามาใส่ จะตอบแทนความรัก ที่ฉันได้จากเธออย่างไร ก็รู้ดีว่าไม่พอ แต่ขอทำให้ดีที่สุด ขอบคุณในความรัก ที่หาไม่ได้จากที่ไหน จะรักเธอให้มากพอ และขอทำให้ดีที่สุด
Fly me to the moonFly me to the moon
Fly me to the moon
And let me play among the stars Let me see what spring is like On Jupiter and Mars In other words hold my hand In other words darling kiss me Fill my life with song
11/02/2007 What A Wonderful WorldWhat a Wonderful World
I see trees of green, red roses too
I see them bloom for me and you And I think to myself, what a wonderful world I see skies of blue and clouds of white
The bright blessed day, the dark sacred night And I think to myself, what a wonderful world The colours of the rainbow, so pretty in the sky Are also on the faces of people going by I see friends shakin' hands, sayin' "How do you do?" They're really saying "I love you" I hear babies cryin', I watch them grow They'll learn much more than I'll ever know And I think to myself, what a wonderful world Yes, I think to myself, what a wonderful world Oh yeah 25/01/2007 เขาสามร้อยยอด FOTOโฟโต้ เป็นชมรมที่ประกอบด้วยนิสิตจิตวิทยาปริมาณมาก ปีนี้จัดทริปไปเขาสามร้อยยอด แถบๆหัวหิน เวลาจัดทริปอันที่จริงชนกับทริปสีน้ำเมื่อปลายปีก่อน แต่ด้วยวามไม่พ้อมอะไรไม่ทราบได้ เขาก็เลื่อนมาเป็น 22-24 มกราคม 2550 เย้ ^_^ขาเที่ยวอย่างเราไม่พลาด
วันที่ 21วันก่อนไป
กล้องซื้อตอน 16.50 เป็น SONY T50+mem1Gbs
กระเป๋า เป็นหวายซื้อตอน 14.xx ไม่ใช่เจเจ(ตลาดรวมของแพงจากทั่วสารทิศ) แน่นอนเพราะ หวายแท้ต้องประตูผี
เสื้อผ้า นั่งพับตอน 23.xx +ใส่รองเท้าผ้าใบ(ที่ไม่ได้ใช้เลยตลอด3วัน)
วันที่ 22วันแรก
ตื่นตี4 เมื่อคืนนอนเกือบตี1 นอนไม่พอแต่ก็ฝืนตื่น แบกกระเป๋หวายใบโต ขนาด 21"*18"*7" ออกมารอสาย15เพื่อไปสยาม รอแล้วไม่มาเลยเข้าเซเว่นไปซื้อแปรงสีฟัน ตอนออกมารถมันก้อผ่านไปพอดี ชวดไปคัน รอประมาณ20นาทีไม่มา(ตีห้าเสดๆแล้ว) โมโหเลยเดินไปจะไปรถไฟฟ้า(ระหว่างเดินสาย15ผ่านไปอีกคัน) เหี-ย รถไฟฟ้าก็ยังไม่เปิด เคืองในความโง่ตัวเองขึ้นแทกซี่แม่งเลย มาที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยาม มาเป็นเพื่อนยามหน้าตึก จกานั้นก็ลงไปกินข้าวคนเดียวใต้ตึก รอไปสักพักก็เทคแทกซี่ไปสถานีรถไฟธนบุรี(บางกอกน้อย) ที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรกในชีวิต ใครออกแบบสถานีให้มันติดตลาดวะ รถมันก็ติดดิ เซ็งมาก จากนั้นก็ขึ้นรถไฟชั้น3 สู่สถานีปราณบุรี นั่งโบกี้ที่เป็นที่นั่งพระด้วย นี่คงเป็นประสบการณ์แรกที่เราผิดพลาดไปคือการ ถวายเพลหรือถวายของต่างๆในรถไฟ นั่งเบาะติดหลังพระแท้ๆ เอะ หรือเราคิดว่าเขาควรจะมีของฉันเพลอยู่แล้ว แต่ที่นึกๆได้ก็เพราะมีพวกพี่เต้พี่บ๊อบบี้เป็นคนถวายปัจจัยเล็กๆน้อยๆ วันหลังนั่งรถไฟก็จะได้ทำเป็นกจิวัตรเสียที แดดปราณบุรีร้อนมาก มาถึงก็มานั่งหาร้านกินข้าวแถวสถานีรถไฟ (มีบ้านอยู๋ไม่กี่หลังเอง) ที่นั่นก็ได้ซื้อว่าวมาตัวนึง(เป็นคนเล่นว่าวไม่เป็นเพราะเล่นกี่ทีก็ติดต้นไม้) ซื้อพลุมานิดหน่อย จากนั้นก็นั่งรถสองแถวไปเอยจนถึงเขาสามร้อยยอด เป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างแรก เราพักในอุทยาน(แทนที่จะเป็นโรงแรม)ที่มีเจ้าหน้าที่นิดหน่อยกะร้านอาหารราคาแพง 1 ร้าน ด้านหน้าเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่พร้อมศาลากลางน้ำหลายหลังเชื่อมด้วยสะพานไม้ คำแรกที่อยากพูดคือ วิวสวยดีการเดินทางแสนยาวนานจบลงที่นี่ ประสบการณ์สองแน่นอนคือบึงนี่แหละ เห็นๆกันว่าสวย อย่าคิดเช่นนั้น ระวังให้จงหนักว่าบึงใดน้ำนิ่งบึงนั้นเหม็นแหลก เราก็กระทำการถ่อเรือตอนเย็นในบึงนั่น เห็นโคลนอยู่ตื้นๆแต่ลงไปคงจมมิดหัว พายไปๆมาๆก็พบว่า มีสาหร่ายในบึงตื้นประมาณ1-2ฟุต ลองนึกภาพในหนังลอร์ดออฟเดอะริงส์(น้ำที่มีสาหร่ายน่ากลัว) ประกอบกับฟ้าทะลายโจร(บึงสวยงามจากระยะไกล) เอาไม้จิ้มแต่ละที ก็จะมีฟองก๊าซพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกลิ่นหมักหมม เป็นบึงที่น่าประทับใจจริงๆ ถ่ออย่างเหนื่อยยากส์เพราะดึงไม้ขึ้นลำบาก+ติดกอไม้ทำให้ยิ่งน่ากลัว พอขึ้นฝั่งได้ก็ล่อลวงให้คนอื่นลงไปชมความงามของบึงนั่นต่อ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว ความเหม็นจากมือก็ไม่บรรเทาแม้ผ่านการล้างมือแล้ว เดินไปมาก็เจอกับแมวละอ่อน5ตัว ครบครอกน่าจะอายุ2-3เดือนแล้ว ขนนิ่ม+สะอาดมากที่สุดเท่าที่เคยเจอในชีวิตนี้ เลยเล่นให้หนำใจ จากนั้นก็มากินข้าว หนีไม่พ้น ปลาสลิดผัดเผ็ด คะน้าหมู3ชั้นไม่กรอบ กับแกงสายบัวใส่น่องไก่ ผลิดภัณฑ์จากบึงนั่นแหละ ก็อร่อยดีหรือเพราะหิวไม่รู้เลยกินได้เยอะดี แต่ก็พยายามลบภาพเจ้าของร้านถ่อเรือไปเก็บสายบัวกับจับปลาจากบึงแก๊สเน่านั่น โอ๊ก วันนี้ก็เข้านอนไวเป็นพิเศษเพื่อผจญภัยต่อในวันรุ่ง เขาสามร้อยยอดสูงจริงๆ ยอดเยอะด้วย เห็นแล้วอยากอยู่ที่นี่จริงๆ
วันที่ 23วันสอง
ตื่นเช้ามาแบบไม่เช้าเท่าไหร่ พี่เป้บอกว่านอนดิ้นมากก่ายไปทั่ว(เออ ตอนเด็กยังเอาขาไปก่ายคออาม่าเลย) ก็จัดเตรียมกระเป๋า ไปเดินทางต่อ เห็นชัดมากว่าหมอกบนเขากำลังหุ้มยอดเอาไว้อย่างสวยงาม การเดินทางก็นั่งรถมาที่หาดริมเขาเพื่อเตรียมขึ้น ถ้ำพระยานคร หลังจากนั่งเรือวนอ้อมเขาเพื่อเตรียมขึ้นถ้ำ เดินทางเหนื่อยมาก ถ้านี้ดูลึกลับจริง ทางเข้าก็ดูใหญ่มาก กี่ครั้งฝีมือธรรมชาติก็เหนือคนเสมอ บนผนังถ้ำก็มีลายพระหัตถ์ ปปร และ จปร อยู่ด้วย ผ่นถ้ำแรกด้วยควมเหนื่อยจริงๆ
พอล่องเรือกลับเข้หาดเดิมก็มานั่งกินข้าวเที่ยงกัน ส้มตำปูม้าก็อร่อย ปูนิ่มผงกระหรี่ก็อร่อย ต้มยำ หมึกกระเทียม อร่อยหมด พอกินเสร็จก็เตรียม ขึ้นรถไปถ้าไทรต่อ ถ้านี้ทารงขึ้นลำบกกว่าถ้าแรกเป็นเท่าตัว แต่ระยะทางสั้น เห็นฝรั่งอ้วนๆเดินก็สงสัยว่าเขาไหวได้ยังไงเพราะตัวเขาใหญ่และเทอะทะมาก ถ้าไทรนี้ดูดีคนละแบบกับถ้ำพะยานคร เพราะถ้านี้หินงอกหินย้อยเยอะกว่า สวยและดูลึกลับ เพราะมีซอกหลืบน่ากลัวมากไม่กล้าเดินไป อีกทั้งยังลึกอีก ความกลัวเอาชนะทุกสิ่งจริงๆ ขกลับก็ต้องไต่ลงเป็นส่วนใหญ่เพราะหินลื่นมาก ตกเย็นก็ล่องเรือตามป่าชายเลน น้ำตาไหลเลย นึกถึงประโยคนี้ตลอดว่า ไม่นึกว่าประเทศไทยจะมีของแบบนี้ด้วย เป็นเรื่องจริง ความยิ่งใหญ่ต่างๆ หลายคนคงรู้ว่าลำพังกล้องถ่ายภาพไม่สามารถเก็บไว้ได้ ภูเขาที่สวยงาม หน้าผาต่างๆ น้ำใสๆ กับนก ขอเอาฉากแบบนี้ไปเปรียบกับวามยิ่งใหญ่ที่พนมเทียนพยายามอธิบานในเรื่องเพชรพระอุมาเลย ถึงตอนนี้อยกาได้กล้องที่ถ่ายพาโนรมาได้มาสักตัว เก็บเอาสิ่งเหล่านี้ไว้ ทั้งหมด เอาลมเอาน้ำเอาแดดเมฆภูเขามา พอเสร็จก็มาที่พักใหม่เป็นโรงแรม0.5ดาวริมหาด ก็นั่งกินข้าวผัดกับต้มยำไป จากนั้นก็อาบน้ำ
ก่อกองไฟจากถ่านกรุ่นๆน้อยนิดเป็นเรื่องยาก เพราะระดมพลมาช่วยกันพยายามพัดใส่ไม้ ลงไปไฟก็ไม่ยอมจะติดเสียที ติดก็เฉพาะใบสนแห้งสักพักก็ดับ ติดๆดับๆจนหมดความอดทนเหมือนกัน แต่เห็นรุ่นพี่หลายคนมาช่วยก็เลยทำต่อ จนมัน ติด 2วันที่ผ่านมานอกจากจะฝึกเล่น ไพ่ตอแหล อินเดียแดง ตำรวจแล้ว ยังมีเล่นละครสดหน้ากองไฟอีกด้วย ด้วยการนำคำ5คำให้อีกทีมเอาไปผูกเรื่องเป็นละคร พี่ก้องก็โชว์ความสามารถเล่นเพลงสดได้ฮามาก ผสมกับ การแสดงของพี่นัน กับพี่เต้ ฮาได้จริงจัง เล่นได้สักพักก็เอา มาชเมลโลมาปิ้งไฟกิน อร่อยมากแต่เลี่ยนไวดี เสร็จเรก็อาบน้ำนอนไวเพื่อเผชิญวันต่อไปอีกครั้ง
วันที่ 24วันสาม
ตื่นเช้ามาด้วยการปลุกของจิ๊บ ให้ชวนลงเล่นน้ำ "เนี่ยจริงๆแล้วมันอุ่นนะไอน้ำทะเลตอนเช้าเนี่ย" น้ำทะเลมันจะอุ่นได้เหรอวะ หลังจากผ่านลมหนาวมาทั้งคืน+น้ำเย็นอีก เราคิดจริงว่ะ เย็นมาก ลงทีละนิด แขม่วพุงด้วยความเย็นซ่าน จากนั้นก็เกิดการหลอกตัวเองว่ามันอุ่น ซึ่งก็อุ่นจริงๆแหละมั้ง ลงไปสักพักก็ขึ้นมากินข้าวต้มแล้วก็ลงต่อ แล้วเหมาเรือคายัมาพายเล่น มีพี่เต้ พี่บ๊อบบี้ พี่สอง พี่อม พี่ล็อต พี่เซียง พิม จิ๊บ สิน เรา เล่นพายแข่งแล้วก็มีการคว่ำเรือเล่น จากนั้นพี่เนศ พี่เป้ พี่นันก็เช่าเรือมาเล่นอีกลำ สนุกจริงๆ ด้วยความแรงของแดดทำให้หน้าแสบมาก แต่ก็เล่นต่อไป ถึงสิบโมงกว่า เสร็จก็อาบน้ำเตรียมกลับบ้าน เข้าสู่อำเภอปราณบุรี แล้วก็มุ่งหน้ากลับสายใต้ใหม่ เล่นคิลเลอร์แบบบังคับกินโมจิด้วยเพราะมันไม่อร่อยอย่างแรง พอกลับมาถึงก็นั่งแทกซี่ไปหอพี่เต้ แล้วก็ยกทีม พี่บ๊อบบี้ พี่เต้ พี่อม พี่สอง ไปกินซิทเลอร์สยามต่อ... พี่เต้ก็ขับมาส่งบ้าน เป็นอันจบ การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งในชีวิต ....
หมายเหตุ: จะมีสักกี่ครั้งกัน ที่เราจะได้กลับไปที่ๆเคยมีความทรงจำดีๆกับคนที่เราเคยไปด้วย ทริปนี้แม้จะไม่พรั่งพร้อมด้วยความสบาย แต่ความรู้สึกกับความทรงจำที่ดี ก็พอแล้วแหละ... THE MOST WONDERFUL I HAVE EXPECTED IN MY LIFE IS TO TRAVEL WITH MY FRIENDS. สิ่งทีเราคาดหวังที่สุดในชีวิตนี้ คือการเดินทางไปกับเพื่อนที่เรารัก
ใช้เวลาสามวันในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และถ่ายทอดให้คนอ่านเพียง 5 นาที 31/12/2006 ไม่มีใครรู้ไม่มีใครรู้ คำที่เราบอกรักกันมากมาย เป็นเพียงสัญญา
|
|
|